asianbead - สังคมลูกปัดโบราณ
มกราคม 20, 2018, 10:08:23 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 14
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวเกี่ยวกับโบราณวัตถุ  (อ่าน 52432 ครั้ง)
BeN Ten O_<
นายพล
*****
กระทู้: 551



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 04:36:27 pm »

 ;Dขอบคุณสำหรับความรู้ครับพี่ป่าน ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

เบน 0899683136
chopper thailand
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,471



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 17, 2010, 03:40:10 pm »

ASTVผู้จัดการออนไลน์—ชาวลาวบอกว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่มีพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี จำนวนนับร้อยๆ องค์ โผล่ขึ้นมาในใจกลางนครเวียงจันทน์ ในยามที่ทุกคนกำลังเตรียมการเฉลิมฉลองครอบปีที่ 450 การก่อตั้งเมืองหลวง ซึ่งในขณะนี้จำนวนที่พบนับได้ 200-300 องค์
      
       ขณะเดียวกันประชาชนชาวเมืองหลวงจำนวนมากได้ทยอยกันไปกราบและไปชมพระพุทธรูปโบราณเหล่านั้น หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจและสังคม กล่าว
      
       โดยที่ไม่มีใครคาดคิด บ่ายวันอังคารที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา พระเจดีย์เก่าแก่สูงกว่า 4 เมตรในวัดธาตุขาว เมืองสีสัดตะนาก ได้พังครืนลงทำให้พระพุทธรูปกระจายออกมา ในชั้นต้นนับได้กว่า 100 องค์ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 43 องค์ ขนาดกลาง 34 พระพุทธรูปเล็กๆ 23 องค์พร้อมกับไหอีก 1 ใบ
      
       แต่ในวันพุทธเจ้าหน้าที่กระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรมไปสำรวจและพบจำนวน 200-30 องค์ หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่กล่าว
      
       ส่วนเศรษฐกิจและสังคมได้อ้างการเปิดเผยของพระมหาเลียน วอละวง พระสงฆ์อาวุโสที่วัดธาตุขาวว่า พระเจดีย์สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2106 (กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย) ในรัชสมัยของพระเจ้าไซเสดถาทิลาด กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวลาว ที่ทรงย้ายราชธานีจากเมืองเซียงทอง (หลวงพระบาง) ไปยังเวียงจันทน์ สร้างด้วยอิฐเผา ผ่านมาแล้วกว่า 400 ฤดูฝน จึงทำให้ผุพังสิ้นสภาพ
      
       อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่าจะมีพระพุทธรูปเก่าแก่ซุกซ่อนอยู่ในนั้น จึงเป็นมงคลยิ่ง ในขวบปีที่กำลังเฉลิมฉลองรอบปีอันสำคัญของนครหลวง
      
       ส่วนพระอาจารย์บัวไล พงนะสมพอน เจ้าอธิการวัดธาตุขาวบอกกับเวียงจันทน์ใหม่ว่า มีการพบตัวเลขจารึกไว้หลังพระพุทธรูปองค์หนึ่งซึ่งระบุว่า สร้างขึ้นเมื่อจุลศักราช 922 นั่นคือ ค.ศ.2560 หรือ พ.ศ.2106 หรือกว่า 400 ปีมาแล้ว
      
       อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กรมมรดก กระทรวงแถลงขาวและวัฒนธรรมกล่าวว่า จะต้องพิสูจน์ปีที่สร้างพระพุทธรูปเหล่านี้ต่อไป.


* 553000013855201.jpg (106.86 KB, 600x399 - ดู 3769 ครั้ง.)

* 553000013855202.jpg (105.73 KB, 477x553 - ดู 2024 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 17, 2010, 03:42:19 pm โดย อโศก » บันทึกการเข้า
ป่าน
นายพล
*****
กระทู้: 1,001



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 17, 2010, 10:27:45 pm »

ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุ 2,000 ปี ที่ราชบุรี
กรมศิลปากร ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ พร้อมเศษภาชนะ ลูกปัด กําไล เศษกระเบื้อง เครื่องปั้นดินเผา ก้ามปูฟอสซิล อายุราว 2,000 ปี ที่บริเวณคันดินบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จ.ราชบุรี


เจ้าหน้าที่จากสำนักงานศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์จําน วนมาก พร้อมเศษภาชนะ ลูกปัด กําไล เศษกระเบื้อง เครื่องปั้นดินเผา ก้ามปูฟอสซิล อายุราว 2,000 ปี ที่บริเวณคันดินบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และสถานที่ทิ้งขยะของเทศบาลตําบลโพหัก ในพื้นที่บ้านโคกพลับ หมู่ที่ 2 ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี สภาพโครงกระดูกที่ค้นพบ นอนวางทับถมกันจํานวนหลายโครง ลึกจากพื้นดินประมาณ 3 เมตรเศษ

ด้าน น.ส.ปรียานุช จุมพรม นักโบราณคดีชํานาญการ กรมศิลปากร กล่าวว่า สถานที่ดังกล่าว ได้สํารวจพบมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 โดยพบโบราณวัตถุเป็น กําไล 6 แฉก เครื่องปั้นดินเผา ส่วนหนึ่งที่ขุดพบได้เก็บรักษาไว้ที่วัดใหญ่โพหัก และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบเป็นของใช้คนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม่ได้มีการดําเนินการใด ๆ กับพื้นที่ดังกล่าวที่มีอยู่ประมาณ 9 ไร่เศษ จนทางเทศบาลตําบลโพหัก ได้ใช้พื้นที่เป็นที่ทิ้งขยะ ทําให้สภาพพื้นที่เต็มได้ด้วยกองขยะกองใหญ่ ต่อมา ชาวบ้านได้เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูแหล่งโบราณคดีของตําบลโพหัก กรมศิลปากรจึงสนับสนุนงบประมาณ 200,000 บาท มาดําเนินการขุดสํารวจจนพบโครงกระดูกดังกล่าว


* boran.jpg (14.53 KB, 300x200 - ดู 2388 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

TON
นายพล
*****
กระทู้: 542



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 12:24:33 am »

 ;Dขอบคุณครับป่านที่นำข้อมูลดีๆมาให้อ่าน ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
ป่าน
นายพล
*****
กระทู้: 1,001



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2010, 04:34:48 pm »

 ยิ้มของฝากจากอุบลฯ(ไหผีโบราณ)
ไห ผีโบราณขุดพบที่บริเวณตรงข้ามวัดถ้ำพระศิลาทอง ต.เจียด อ.เขมราฐ จอุบลฯเขตติดต่อระหว่างอ.โพธิ์ไทรกับอ.เขมราฐ จะมาทางอ.โพธิ์ไทรหรือจะมาทางสายตระการฯ-เขมราฐก็ได้เลี้ยวขวาตรงตลาดต.หัว นาแล้วถามชาวบ้านแถวๆนั้นเขารู้กันหมด ที่พบไหก็เพราะว่าขุดดินมาถมสร้างศาลาพบทั้งหมดสี่ใบแตกหนึ่งใบอีกสามใบเก็บ ที่วัดถ้ำพระศิลาทองไหใบที่แตกพบโครงกระดูก กำไลแขน ลูกปัดและอาวุธเครื่องมือเครื่องใช้ สมัยโบราณจำนวนมาก


* ssl12094ju9.jpg (75.73 KB, 600x450 - ดู 1848 ครั้ง.)

* ssl12152ir8.jpg (123.18 KB, 600x450 - ดู 2030 ครั้ง.)

* ssl12078kl0.jpg (100.34 KB, 600x450 - ดู 1833 ครั้ง.)

* ssl12079sr1.jpg (93.08 KB, 600x450 - ดู 1854 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

ANNA
นายพล
*****
กระทู้: 595



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2010, 10:02:22 pm »

 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
ขอบคุณครับ คุณป่าน ....!!!
บันทึกการเข้า

พ่อน้องอันนา คร้า.....บ !!!
0 8 6 - 7 9 2 2 4 8 0
http://auctiong.uamulet.com/itemslist.aspx?p=0&qa=&q=%u0e2d%u0e31%u0e25%u0e21%u0e2d%u0e19%u0e14%u0e4c
ไต้ก๋ง
นายพล
*****
กระทู้: 571



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2010, 12:18:04 pm »

ขอบคุณคุณป่านมากครับ ได้ความรู้มากมายครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Longang2000
นายพล
*****
กระทู้: 665


'' Handy man.''


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2010, 05:01:29 pm »

เอามาฝากจ่ะ .... !!

พบแหล่งลูกปัดโบราณที่บ้านปากจั่น ระนอง

     เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ก.ค. ร้อยเอกบุณยฤทธิ์  ฉายสุวรรณ นักโบราณคดี ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต พร้อมด้วยนายเสรี คงรัตน์  วัฒนธรรมจังหวัดระนอง และตัวแทน อบต.ปากจั่น ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 537-538 หมู่ที่ 11 บ้านปากจั่น ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง หลังจากที่มีการขุดพบลูกปัดโบราณ ทั้งลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน และลูกปัดทอง รวมทั้งเศษเครื่องปั้นดินเผา

      ร.อ.บุณยฤทธิ์  กล่าวว่า จากการขุดเปิดหน้าดินแหล่งโบราณคดีบ้านปากจั่น เพื่อตรวจสอบยุคของลูกปัดว่าอยู่ในยุคใด ปรากฏว่า เมื่อขุดลึกลงไปประมาณ 40 เซนติเมตร พบขี้ตะกรันเหล็ก เหล็กหมุดยึดรางรถไฟ แสดงว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในแนวทางรถไฟเก่าของทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต่อเชื่อมจาก จ.ชุมพร ไปยังฝั่งทะเลอันดามัน เมื่อขุดต่อไปประมาณ 60-100 เซนติเมตร แล้วนำเศษดินมาล้างน้ำและร่อนจะพบเศษถ้วยชามเครื่องปั้นดินเผาของอินเดีย แบบรูเลตเทดแวร์ (rouletted ware) และภาชนะดินเผาของจีนในยุคราชวงศ์ฮั่น อายุราว 2,000 ปี รวมทั้งลูกปัดหลากสีทั้งลูกปัดแก้ว ลูกปัดหินแบบคาร์เนเลี่ยน และลูกปัดทองคำ ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับแหล่งโบราณคดีภูเขาทอง อ.สุขสำราญ แหล่งโบราณคดีวัดปทุมธาราม อ.กะเปอร์ จ.ระนอง แหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ในแถบฝั่งทะเลอันดามัน และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว อ.เมือง จ.ชุมพร  แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของชุมชนมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว และมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ เป็นเส้นทางการค้าของโลกที่เชื่อมระหว่างฝั่งมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทร แปซิฟิก ระหว่างประเทศอินเดีย จีน ตะวันออกกลาง และประเทศแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน โดยเดินทางไปมาจากทะเลอันดามันผ่านปากน้ำระนอง เข้าคลองกระ(แม่น้ำกระบุรี) แม่น้ำปากจั่น ไปออกฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดชุมพร โดยบ้านปากจั่นเป็นเส้นทางหนึ่งที่เป็นจุดพักหรือแหล่งค้าขาย แต่ไม่ใช่แหล่งผลิตลูกปัดเพราะไม่พบชิ้นส่วนวัตถุดิบที่นำมาผลิตลูกปัด สำหรับลูกปัดที่ขุดได้ทั้งหมดจะมอบให้กับท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลรักษา และนำมาจัดแสดงให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้

      นายเสรี คงรัตน์ วัฒนธรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า จะประสานงานกับกรมทางหลวงผ่านทางแขวงการทางระนอง ในการออกแบบก่อสร้างถนนจาก 2 ช่องเป็น 4 ช่องจราจรเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับแหล่งโบราณคดี นอกจากนี้จะได้ประสานกับ อบต.ปากจั่นและหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เช่น สภาวัฒนธรรมอำเภอ สภาวัฒนธรรมตำบล ในการเข้ามาดูแลอนุรักษ์พื้นที่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีการลักลอบขุดค้นหาลูกปัดที่เหลืออยู่ต่อไปอีก

รูปภาพเเละข้อมูลอ้างอิง

V
V
V

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJM056azFOek16Tmc9PQ==


* 12779573361277957412l.jpg (50.84 KB, 640x480 - ดู 1865 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

'' Handy man.''
Longang2000
นายพล
*****
กระทู้: 665


'' Handy man.''


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2010, 05:36:11 pm »

ต่ออีกหน่อย .... !!

ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุร่วม2,000ปีที่โคกพลับ...ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี....


               เมื่อ วันที่ 16  กย.53 ได้มีการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณที่คาดว่าน่าจะมีอายุร่วม 2,000ปี บริเวณโคกพลับ ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี โดยเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรเป็นผู้ขุดสำรวจ.....
              โครงกระดูกที่พบบริเวณเนินดินของโคกพลับใน ครั้งนี้น่าจะมีอายุนับพันปี ซึ่งคงต้องรอการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไปว่าจะกี่พันปีกันแน่   แต่จากการสอบถามคุณปรียานุช จุมพรม นักโบราณคดีชํานาญการ กรมศิลปากร ผู้ที่ทำการขุดสำรวจก็คาดว่าโครงกระดูกที่ขุดพบในครั้งนี้น่าจะมีอายุใกล้เคียงกับโครงกระดูกที่ได้เคยขุดพบเจอเมื่อ 30 ปีที่แล้วจากบริเวณเดียวกันนี้..               
               การขุดสำรวจในครั้งนี้นับเป็นการขุดสำรวจ ครั้งแรกในรอบ30ปี  หลังจากการขุดสำรวจครั้งล่าสุดก็คือช่วงปี 2520-2522..ซึ่งการขุดในครั้งนั้นทำให้ได้พบหลักฐานที่เป็นโบราณสถานและ โบราณวัตถุที่มีคุณค่าอย่างสูงต่อการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของเผ่าพันธุ์ มนุษย์แห่งลุ่มน้ำแม่กลองในยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลังจากขุดสำรวจขนาด4*4เมตรจำนวน2หลุมปรากฏว่าได้มีการค้นพบโครงกระดูก มนุษย์จำนวน48โครงฝังรวมกับสิ่งของเครื่องใช้เครื่องประดับจำนวนมาก  แล้วก็ได้หยุดการสำรวจไป.....
               จากบันทึกของอาจารย์ทองเพี้ยน คงแป้น ผู้อยู่ในเหตุการณ์การขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อ 30 ปีที่แล้ว......เขียนเล่าในบางตอนว่า “สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ การที่นักโบราณคดีที่มาทำการขุดในครั้งนั้นได้เคยเสนอความคิดให้ชาวโพหักจัด ให้โคกพลับเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แสดงถึงเรื่องราวความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่โคกพลับ  แต่ความคิดนี้กลับไม่ได้รับการตอบรับจากชาวบ้าน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นกลับมีการทำลายโคกพลับให้หมดไปด้วยการขุดดินโคกพลับขายให้ แก่บริษัทรับถมดิน เพื่อทำโคกพลับให้เป็นที่ราบลุ่มใช้สำหรับทำนาอีกด้วย ความคิดแคบๆเช่นนี้ใครเล่าจะแก้ได้ ”  สุดท้ายโคกพลับเลยมาไม่ถึงยุครุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเรา   สิ่งที่เหลืออยู่ก็เห็นจะเหลือเพียงตำนานการเล่าขานเท่านั้น....

               การศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของมนุษย์โบราณที่โคกพลับเป็นการศึกษาเรื่องราว ความเป็นมาของเผ่าพันธุ์มนุษย์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม  ที่จะได้รู้เรื่องราวความเป็นมาของปู่ ย่า ตา ยาย บรรพบุรุษว่าสืบทอดต่อกันมาอย่างไร  มิได้ศึกษาเพื่อค้นหาของมีค่าไปขายเป็นประโยชน์เฉพาะตนแต่อย่างใด  หลายคนอาจมองว่าวัตถุโบราณที่โคกพลับเป็นของไม่มีค่า ขายไม่ได้ แต่ในทางการศึกษาถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาล หลังจากการขุดสำรวจเมื่อ30ปีที่แล้ว เนื่องจากชาวบ้านในขณะนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับแหล่งโบราณคดีนี้ จึงส่งผลให้พื้นที่ส่วนหนึ่งกลายเป็นที่ทิ้งขยะ และพื้นที่บางส่วนก็ถูกขุดทำเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งหรือบ่อเลี้ยงปลาไป...

ปัจจุบัน...พื้นที่บริเวณโคกพลับนี้เหลือน้อยมาก...


ภูมิหลังโคกพลับ

ชื่อ แหล่งโบราณคดีโคกพลับ
สถานที่ตั้ง
หมู่ที่ 2 ตำบลโพหัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

ลักษณะทั่วไป

โคก พลับ มีสภาพเป็นเนินร้างไม่มีบ้านเรือนของผู้คนมีแต่ต้นไม้เล็กใหญ่ปกคลุมอยู่ เป็นหย่อมๆลักษณะเนินเป็นรูปกลมรี ยาวไปตามแนวเหนือใต้ มีเนื้อที่ทั้หมด 9 ไร่เศษ

จาก การขุดค้นของกรมศิลปากรในปี พ.ศ. 2520-2522  ได้สรุปว่าโคกพลับเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อ 2000-3000 ปีมาแล้ว ซึ่งก็น่าจะเป็นช่วงยุคสำริด

สภาพ ทางภูมิศาสตร์ของโคกพลับเมื่อ ๓,๐๐๐ปีที่แล้วน่าจะอยู่ไม่ไกลจากริมชายฝั่งทะเล....  เมื่อย้อยหลังไปประมาณ ๓,๐๐๐ ปี ลำน้ำแม่กลองไม่ได้ไหลผ่านอำเภอท่ามะกาลงไปทางบ้านโป่งโพธาราม เข้าเขตราชบุรีแล้วไปออกปากน้ำที่จังหวัดสมุทรสงคราม อย่างเช่นที่เห็นในทุกวันนี้ แต่ไหลไปออกอ่าวไทย ในเขตจังหวัดนครปฐมแทน ปรากฏร่องรอยลำน้ำ ที่แยกจากบริเวณ อำเภอท่าเรือ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ วกวนไปยังอำเภอนครชัยศรี ที่ยังแลเห็นร่องรอยชัดเจน ก็ได้แก่ ลำน้ำทัพหลวง และลำพะเนียงแตก เป็นต้น

 เมื่อ เป็นเช่นนี้ อาณาบริเวณที่เป็นที่ราบลุ่มของจังหวัดราชบุรี ตั้งแต่เขตอำเภอบางแพ อำเภอเมือง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เลยเข้าไปถึง เขตอำเภอเขาย้อย จนถึงอำเภอเมืองเพชรบุร ีในเขตจังหวัดเพชรบุร ีก็คือบริเวรหาดทรายชายขอบอ่าวไทย ในสมัยราว ๓,๐๐๐ ปีนั่นเอง ทำให้บริเวณอำเภอนครชัยศรี อำเภอสามพราน เรื่อยลงมาถึงอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เลยไปถึงอำเภอบางคนที อำเภออัมพวา และอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และอำเภอบ้านเหลม จังหวัดเพชรบุรี ยังเป็นส่วนหนึ่งของท้องทะเล และที่ลุ่มใต้น้ำ ที่เริ่มจะดอนขึ้นเท่านั้น ปัจจุบันหาดทรายชายขอบอ่าวไทยในยุคนั้น ยังเห็นได้จากแนวสันทราย ตั้งแต่บริเวณบ้านตากแดด อำเภอบางแพ ผ่านบ้านโพหัก ลงมายังอำเภอเมืองราชบุรี แล้วต่อเป็นแนวยาวผ่านบ้านคูบัวลงไปยังอำเภอปากท่อ อำเภอเขาย้อย และอำเภอเมืองเพชรบุรีตามลำดับ แนวสันทรายชายหาดที่ผ่านเขตบ้านคูบัว จนไปถึงเมืองเพชรบุรีนี้ ได้กลายเป็นทางคมนาคมทางบก ระหว่างเมืองราชบุรี และเพชรบุรี เกิดชุมชนตามแนวสันทรายเป็นระยะ ๆ ไปอย่างสืบเนื่อง จนกระทั่งชาวบ้านมักเรียกว่า ถนนท้าวอู่ทอง เป็นถนนที่ใช้มาก่อน เกิดถนนเพชรเกษม

จาก หลักฐานทางโบราณคดี พัฒนาการของชุมชนมนุษย์ ในบริเวณลุ่มน้ำแม่กลองตอนล่าง ตามลักษณะภูมิประเทศ เมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีมาแล้วนั้น น่าจะเกิดขึ้นเมื่อราว ๒,๕๐๐ ปีที่ผ่านมา อันเป็นสมัยยุคสำริดเหล็ก ที่มีการติดต่อคมนาคมกัน ทั้งทางบก และทางทะเล ระหว่างชุมชนในเขตประเทศจีนตอนใต้ และเวียดนาม กับบรรดาชุมชนต่าง ๆ ในพื้นแผ่นดินใหญ่ และหมู่เกาะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับแต่เวลานี้ลงมา ได้มีชุมชนเกิดขึ้นตามชายทะเลของอ่าวไทย ในเขตจังหวัดราชบุรี เห็นได้จากแหล่งโบราณคดีโคกพลับ ที่บ้านโพธิหัก อำเภอบางแพ ซึ่งพบโบราณวัตถุ ที่มาจากภายนอก เช่น ตุ้มหู เครื่องประดับ และโบราณวัตถุสำริด และเหล็กเป็นต้น บริเวณที่ต่ำลงมาในเขตอำเภอเมือง จนถึงอำเภอปากท่อ ก็คงเป็นชายขอบ ที่ผู้คนจากภายเขตอำเภอจอมบึง เข้าไปยังอำเภอสวนผึ้ง และเดินทางตามลำน้ำภาชี ขึ้นไปยังลำน้ำแควน้อยในเขตบ้านเก่า และอำเภอไทรโยค เหตุนี้จึงพบร่องรอยของชุมชนโบราณ ในยุคสำริด- เหล็กตอนปลายหลายแห่ง เช่น ในเขตอำเภอจอมบึง และเมืองสิงห์ ที่มีการขุดพบโครงกระดูกของคนในยุคนี้และถ้ำองบะ พบกลองมโหระทึกสำริด

เพิ่มเติม :รูปภาพเเละข้อมูลอ้างอิง

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=641095





* DSCF8245.JPG (39.61 KB, 291x400 - ดู 1742 ครั้ง.)

* DSCF8257.JPG (80.17 KB, 501x400 - ดู 1868 ครั้ง.)

* DSCF8260.JPG (55.3 KB, 501x400 - ดู 1784 ครั้ง.)

* DSCF8263.JPG (91.8 KB, 501x400 - ดู 1734 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

'' Handy man.''
ไต้ก๋ง
นายพล
*****
กระทู้: 571



ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 01:20:26 pm »

ขอบคุณคุณLongang 2000 มากครับ  :Dเสียดายแหล่งโบราณคดีที่โคกพลับนะครับ ถ้าไม่ถูกทำลายคงมีเรื่องให้ศึกษาได้อีกมากมาย ฮืม ฮืม
บันทึกการเข้า
Longang2000
นายพล
*****
กระทู้: 665


'' Handy man.''


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 03:12:03 pm »

ครับคุณไต้ก๋ง ลองเข้าไปอ่านดูเล่น ๆ นะครับ มีข้อมูลให้ได้ค้นคว้าศึกษา หาความรู้ครับ ตามหัวข้อต่าง ๆ ได้ครับ ......  ขยิบตา

ตามไปดูที่ลิ้งนี้ได้เลยครับ .... !!
v
v
v

http://oldbeads.blogspot.com/search/label/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5
บันทึกการเข้า

'' Handy man.''
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,471



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2010, 08:38:49 pm »

เจอเรื่องการขุดค้น แล้วพบว่า สุนัขก็มี ลูกปัด จากหนังสือ National Geographic  หนังสือสารคดี กรอบเหลือง  เลยมาฝากเพื่อนๆ ชมครับ



* ภาพจำลองสุนัข มีลูกปัด.JPG (44.27 KB, 831x342 - ดู 414 ครั้ง.)

* ภาพจำลองสุนัข มีลูกปัด 1.JPG (29.76 KB, 619x540 - ดู 3775 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
mumu
ผู้กอง
***
กระทู้: 233



ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2010, 09:41:19 pm »

ว้าวๆๆๆข่าวนี้น่าสนใจ  National Geographic  เล่มไหนครับจะได้ตามไปเก็บ แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
ANNA
นายพล
*****
กระทู้: 595



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2010, 07:24:41 am »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
เล่มล่าสุด เดือนพฤจิกา อ่ะท่านพี่ !!!
หน้าปกเป็นรูป หลวงจีนทำท่ารำกังฟู อ่ะ....

เพิ่งไปหาซื้อเมื่อคืนนี้เอง...ตามแผงหนังสือส่วนมากจะหมดอ่ะคับ ต้องไปตะเวนหลาย ๆ ร้านถึงจะได้มา....
บันทึกการเข้า

พ่อน้องอันนา คร้า.....บ !!!
0 8 6 - 7 9 2 2 4 8 0
http://auctiong.uamulet.com/itemslist.aspx?p=0&qa=&q=%u0e2d%u0e31%u0e25%u0e21%u0e2d%u0e19%u0e14%u0e4c
kaow_watsai
พลทหาร
*
กระทู้: 14


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 11:15:51 am »

คนสุรินทร์แห่ขอหวยหลังขุดพบไหโบราณ (ไอเอ็นเอ็น)

          ชาวบ้านจังหวัดสุรินทร์ ขุดพบไหโบราณ บรรจุเครื่องประดับ และเครื่องใช้อายุเกือบพันปี ขณะที่ออกไปขุดปูนากลางทุ่งนา

          วันนี้ ที่หมู่บ้านสวายปะ หมู่ที่ 6 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีประชาชนจำนวนมาก แห่กันไปดูไหโบราณอายุ ประมาณ 800-900 ปี ที่ นางทุเรียน รุ่งเรือง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 ขุดพบเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ที่กลางทุ่งนา ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 ก.ม. ขณะไปขุดหาปูนา มารับประทาน โดยนางทุเรียน กล่าวว่า ขณะที่ขุดปูนา ซึ่งลึกไม่เท่าไร เสียมไปโดนสิ่งของบางอย่าง จึงเขี่ยดู เห็นเป็นวัตถุรูปร่างเหมือนไห ตนตกใจมาก จึงกลับไปบ้าน หาดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ ตามความเชื่อของคนโบราณ จากนั้นจึงได้ขุดเอาไหขึ้นมา พอเปิดออกดูปรากฏว่า มีวัตถุอยู่ข้างใน เป็นจำนวนมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นกำไลทองคำ เพราะมีสีคล้ายทองมาก จึงเอาออกมา แล้วล้างคราบออก เห็นเป็นกำไลทองสัมฤทธิ์ จำนวน 20 รายการ และเครื่องมือเครื่องใช้โบราณ ที่ทำจากตะกั่ว และกำมะถัน อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยศิลปากร ที่ 12 อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มาตรวจสอบแล้วบอกว่า น่าจะมีอายุ ประมาณ 800 - 900 ปี หลังจากชาวบ้านทราบข่าว ต่างเดินทางมาดูกันเป็นจำนวนมากเกือบทุกวัน และที่สำคัญต่างกราบไหว้ขอเลขเด็ดเช่นเคย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 14
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!